อาหารจานด่วน...กินไวตายเร็ว

 

          อาหารจานด่วน (Fast Food) คือ อาหารที่ปรุงเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว หรือทันเวลาพอดี (Just-in-time) และพร้อมกินได้ทันที ซึ่งโดยทั่วไปคนมักจะนึกถึงแต่อาหารจานด่วนของฝรั่งจำพวก พิซซ่า ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ ฮอทดอก ฯลฯ หากความจริงแล้วอาหารไทยบางประเภท ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอาหารจานด่วนด้วยเหมือนกัน เช่น ข้าวราดแกง อาหารตามสั่งทุกชนิด ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีนน้ำยา สุกี้ เป็นต้น ซึ่งอาหารดังกล่าวล้วนมีกรรมวิธีในการปรุงที่รวดเร็วและพร้อมกินได้เลย 

          ส่วนอาหารขยะ (Junk Food) คือ อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย หรือแทบไม่มีเลย เรียกว่าอาหารพลังงานสูญเปล่า นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังก่อให้เกิดท็อกซินสะสมในร่างกายอีกด้วย เพราะอาหารประเภทนี้มักจะมีโซเดียมหรือเกลือ น้ำตาล พลังงาน หรือไขมันอย่างใดอย่างหนึ่งในปริมาณที่สูง แต่มีสารอาหารประเภทโปรตีน วิตามิน เกลือแร่น้อยมาก เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยวกรุบกรอบ ลูกอม หมากฝรั่ง โดนัท ไอศกรีม ขนมหวานต่าง ๆ รวมทั้งอาหารที่ทอดด้วยความร้อนสูงอย่างมันฝรั่งทอดกรอบ โรคที่มักจะแฝงมากับอาหารเหล่านี้ ได้แก่...

           โรคอ้วน ผลเสียที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการกินอาหารจานด่วน คือน้ำหนักเพิ่มขึ้น และเมื่อกินบ่อย ๆ ก็จะก่อให้เกิดโรคอ้วน และอีกสารพัดโรคตามมา 

           โรคกระดูกข้ออักเสบ น้ำหนักส่วนเกินจากการสะสมไขมัน และน้ำตาล จะทำให้กระดูกสันหลัง ข้อสะโพก และข้อเข่าล้า และมีผลทำให้กระดูกอ่อนเสื่อมสภาพ ช่องข้อต่อจะหดแคบลง และกระดูกข้อต่อจะบดทับกัน 

           โรคหัวใจ เมื่อกินอาหารที่มีไขมันบ่อย ๆ จะทำให้มีคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งอาจทำให้มีการสะสมลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดง 

           ความดันโลหิต ความเค็มปริมาณสูงจากอาหารดังกล่าว หากสะสมในร่างกายเยอะ ๆ จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิต และโรคไตค่อนข้างสูง 

           โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ คนที่กินอาหารดังกล่าวเป็นประจำ มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เนื่องจากการสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง 

           โรคตับ การสะสมไขมันในตับ อาจทำให้เกิดโรคตับแข็งได้ 

           โรคเบาหวาน ผู้ที่มีไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องมากเกินไป มักเกิดภาวะต้านอินซูลิน ทำให้มีการสะสมกลูโคสในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เป็นโรคเบาหวานได้ และภาวะแทรกซ้อนประการหนึ่งคือการทำลายหลอดเลือดในจอตา อันจะทำให้ตาบอดได้ 

           ภาวะไขมันในเลือดสูง คนที่กินอาหารดังกล่าวเป็นประจำ จะมีระดับไขมันในเลือดมากกว่าคนที่ไม่ได้กิน และมีโอกาสเป็นเส้นเลือดในสมองอุดตัน 

           หลอดเลือดพิการ เพราะอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยแป้งขาว ไขมัน และน้ำตาล เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไขมันเกาะที่ผนังหลอดเลือด 

 

          อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีประโยชน์ครบถ้วนมากนัก หากรู้จักเลือกกินให้เหมาะสมก็พอจะให้คุณค่าทางโภชนาการอยู่บ้าง โดยเฉพาะอาหารจานด่วนของไทย !

 

เลือกกินฟาสต์ฟู้ดให้ได้คุณค่าทางโภชนาการ

 

เลือกกินฟาสฟู้ดให้ได้คุณค่าทางโภชนาการเพื่อไม่ต้องเสี่ยงกับสารพัดโรคที่มากับอาหารจานด่วนแบบเดิมๆ เรามีทางเลือกเพื่อสุขภาพให้ดังนี้

ประเภทฟาสต์ฟู้ด : ปลาและมันฝรั่งทอด 

          ผลเสียที่เกิดกับร่างกาย : แม้ร่างก่ายจะได้รับวิตามินบี 6 บี 12 โปรตีนคาร์โบไฮเดรตสูง และโพแทสเซียมอยู่บ้าง ทว่าอาหารจานนี้ก็มีไขมันสูง ใยอาหารน้อย มีวิตามินเอ ซี ดี โฟเลต และเบต้าแคโรทีนต่ำ ให้ไขมันร้อยละ 30-50 ของปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวัน

          ทางเลือกเพื่อสุขภาพ : ขนมปังโฮลวีท กับสลัดผักกาดแก้ว มะเขือเทศ หอม น้ำมันมะกอก และน้ำมะนาว เป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำ แต่มีวิตามินซี ดี โฟเลต และเบต้าแคโรทีนสูง

 

ประเภทฟาสต์ฟู้ด : แซนด์วิชกับแอปเปิ้ล 1 ผล

          ผลเสียที่เกิดกับร่างกาย : หากใช้เนื้อสัตว์คลุกน้ำสลัดข้นมายองเนสกับขนมปังทาเนย คุณจะได้พลังงาน 2 เท่าและไขมัน 3 เท่าของแซนด์วิชปลาทูน่า 

          ทางเลือกเพื่อสุขภาพ : อาหารจานนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของขนมปัง ส่วนประกอบและปริมาณไส้ของแซนด์วิช หากคุณใช้ขนมปังโฮลวีท ไส้ปลาทูน่ากับผักกาดแก้ว และแอปเปิ้ลไม่ปอกเปลือก คุณจะได้รับคุณค่าทางอาหารมากกว่า

 

ประเภทฟาสต์ฟู้ด : พิซซ่า

          ผลเสียที่เกิดกับร่างกาย : อาหารจานนี้ให้พลังงานและไขมันสูง แต่โปรตีนต่ำ  บางครั้งมีเกลือโซเดียมสูง ถ้าเป็นหน้าบลูชีส ซาลามิ เพ็ปเปอโรนิ หรือแฮมระดับไขมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

          ทางเลือกเพื่อสุขภาพ : แป้งพิซซ่าที่ทำจากแป้งโฮลวีทจะช่วยเพิ่มใยอาหาร มะเขือเทศให้โปรตีน แคลเซียม และฟอสฟอรัส

 

ประเภทฟาสต์ฟู้ด : เบอร์เกอร์เนื้อ มันฝรั่งทอด และมิลก์เชก (นมปั่น)

          ผลเสียที่เกิดกับร่างกาย : แม้จะมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม แต่ในขณะเดียวกันก็มีไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว นอกจากนี้ยังมีคอเลสเตอรอลและเกลือโซเดียมสูง รวมทั้งมีสีและสารแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์ มีใยอาหารและวิตามินซีต่ำ

          ทางเลือกเพื่อสุขภาพ : สลัดที่ใส่พาสต้าชนิดที่ทำจากแป้งโฮลวีท กับผักสดนึ่งพอสุก แป้งโฮลวีทให้ใยอาหาร ผักให้วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน ส่วนบล็อกโคลีให้ธาตุเหล็ก

 

          อย่างไรก็ตาม อาหารไม่ใช่ทั้งหมดของการมีสุขภาพดี หากยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่มีผลต่อการสร้างภูมิต้านทานในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การมองโลกในแง่ดี หรือการใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ 

 

 

 

10 อาหารขายดีที่อันตราย

 

           แฮมเบอร์เกอร์

ส่วนใหญ่ใส่สารปรุงรส MSG (Monosodium Gutamate) ที่ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ ส่วนเครื่องปรุงรสของเบอร์เกอร์จำพวกพริก กะหล่ำปลี มะเขือเทศ ล้วนใช้สารก่อมะเร็งจากเกลือเคมีกำมะถัน เพื่อควบคุมความสดของผัก 

           ฮอทด็อก

มักจะใส่สารไนไตรท์ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีไขมันที่มีสารประกอบไม่เปิดเผยอยู่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อนำไปปิ้งย่างจะเกิดสารพิษชื่ออะคริลิไมด์ ซึ่งเป็นอีกสารหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งและทำลายประสาท 

           มันฝรั่งทอด

การทอดในอุณหภูมิที่สูงทำให้มีสารอะคริลิไมล์ และน้ำมันที่ใช้ในการทอดมันฝรั่งจะเกิดการออกซิไดซ์ ที่สำคัญมันฝรั่งมีกลีซีมิคอยู่สูงมาก ซึ่งจะเปลี่ยนมันฝรั่งที่เรากินเข้าไปนั้นเป็นน้ำตาลได้เร็วมาก กล่าวคือกินมันฝรั่งทอดหนึ่งหัว จะมีน้ำตาลเท่า ๆ กับเค้กช็อคโกแลตชิ้นโต ๆ เลยทีเดียว 

           คุกกี้ช็อกโกแลต

การกินคุกกี้ช็อกโกแลตบ่อยๆ จะเพิ่มความกระหายน้ำตาลในร่างกายภายใน 3 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งการที่ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณที่สูงเกินไป จะส่งผลให้ผิวหนังเหี่ยวย่น และเกิดริ้วรอยเร็วขึ้น 

           พิซซ่า

ผิวหน้าพิซซ่าที่อบด้วยอุณหภูมิที่สูง อาจมีสารอะคริลิไมล์เกิดขึ้น นอกจากนี้การเพิ่มหน้าไส้กรอกยังทำให้มีความเสี่ยงสูงจากสารไนไตรน์ สารกันบูดและสารเคมีอื่น ๆ รวมทั้งไขมันอิ่มตัว 

           น้ำอัดลม

ในน้ำอัดลม 1 กระป๋องมีน้ำตาลที่ไม่ให้พลังงานอยู่ประมาณ 12 ช้อนชา ดังนั้นการกินน้ำอัดลม 1 กระป๋องก็เท่ากับกินแท่งช็อกโกแลตน้ำตาลเหลวดี ๆ นี่เอง  

           ชิ้นไก่ทอดเนื้อนุ่มไร้กระดูก

มีสารฟอสเฟตที่ทำให้ร่างกายเกิดกรด ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจมีสารอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นสารพิษที่มีอันตรายต่อสมอง และกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย 

           ไอศกรีม

มีไขมันไฮโดรจีเน็ตและไขมันที่แปรเปลี่ยนไปจากธรรมชาติ และเป็นตัวการที่ทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ฮอร์โมนที่ฉีด เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำนมในวัวยังส่งผลให้เกิดเนื้องอก ซีสต์ มะเร็งเต้านม และรังไข่ 

           โดนัท

ในโดนัท 1 ชิ้นมีคาร์โบไฮเดรตมากกว่าที่ร่างกายต้องการ และมีเกลือโซเดียมในปริมาณมากซึ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำ นอกจากนี้การทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูงจะมีกลิ่นหืน และมีสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง

           ขนมขบเคี้ยว

การกินขนมขบเคี้ยว 1 ถุงจะทำให้ได้รับสารอะคริริไมด์สูงมากกว่า 500 เท่า เมื่อเทียบกับอัตราสูงสุดที่อนุญาตให้มีในน้ำดื่มทั่วไป นอกจากนี้ในขนมขบเคี้ยวยังมีไขมันอิ่มตัว เกลือโซเดียมอยู่สูงมาก

 

 

 

คาเฟอีนสุดเจ๋ง  คอกาแฟ มีเฮ.... 

คาเฟอีนมาฤทธิ์ที่สามารถลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์


พูดถึงกาแฟแล้ว  หลายคนคงจะนึกถึงรสนุ่มๆ กลิ่นที่หอมละมุน กลมกล่อม ที่ได้รสชาติตามสไตล์ของการดื่มกาแฟของที่แต่ละคนชอบ ไม่ว่าจะหอมกรุ่นแบบ โรบัสต้า,อาราบิก้า หรือ จะเอาแค่คาเฟอีนอ่อนๆ อย่าง ใบชา .... เตรียมฟังข่าวที่น่าดีใจได้เลย ^__^

มีงานวิจัยออกมาใหม่ๆ ที่คอกาแฟต้องเฮกันแล้ว เมื่อพบว่า พระเอกของกาแฟ เจ้าสารคาเฟอีนที่ออกฤทธิ์ในการกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัวนี้มันสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ ทั้งนี้ก็เพราะเจ้าคาเฟอีนนี้สามารถที่จะไปออกฤทธิ์ที่สมอง ไปสกัดกั้น adenosine A1 และ A2A receptors เจ้าผู้ก่อการร้ายของการหลั่งสารที่ทำให้เกิดอาการเสี่อมและการอักเสบของสมอง  คราวนี้แหละค่ะ เมื่อเจ้า คาเฟอีน มีความสามารถ ดังกล่าว ก็จะช่วยให้ช่วยป้องกันความจำเสื่อมและ การเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

มีงานวิจัยที่ศึกษาในผู้ใหญ่ชาวอังกฤษ เมื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการทดสอบความเร็วของการตอบสนองด้านความจำแบบชนิดที่มีตัวเลือกและ ความจำของคำแบบที่ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า รวมถึงการให้เหตุผลต่อการเรียงตัวของวัตถุที่เห็น  ผลการศึกษาพบว่าการดื่มกาแฟสามารถเพิ่มสมรรถนะของการทดสอบทั้งหมดได้อย่างชัดเจนแบบมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้การดื่มชาก็ยังได้ผลเช่นนี้ด้วยเช่นกันแต่อยู่ในระดับความสามารถที่น้อยกว่า ซึ่งการทดสอบนี้จะเห็นผลได้ชัดเจนในผู้สูงอายุมากกว่าผู้ใหญ่ที่อายุน้อยๆ

นอกจากนี้แล้วผู้หญิงเตรียมเฮได้ลั่นกว่าผู้ชายได้เลย ^o^  เมื่องานวิจัยยังพบอีกว่า คาเฟอีนในกาแฟนั้น สามารถป้องกันความจำเสื่อม หรือ โรคอัลไซเมอร์ในผู้หญิงได้ดีกว่าผู้ชาย

ข้อสนับสนุนงานวิจัยเหล่านี้หวังว่าจะทำให้คอกาแฟทั้งหลายคงชอบอกชอบใจกันไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ.... ของแถมอีกนิดค่ะ ไม่ใช่เพียงแต่แค่เจ้าโรคอัลไซเมอร์นะ  คุณคาเฟอีน พระเอกของกาแฟเราก็ยังมีความสามารถที่จะลดความเสี่ยงการเกิดโรคพาร์คินสันได้เช่นกัน ^__^ 

 

 

สาระน่ารู้

คาเฟอีนหากบริโภคประมาณน้อยกว่า 350 mg/day จะไม่ทำให้ติด และการบริโภคทุกวันนั้นไม่ทำให้เกิดการติดสะสม  คนเราจะมีอาการติดได้หากบริโภคมากกว่า 350 mg/day โดยขนาดปริมาณคาเฟอีนที่เริ่มส่งผลให้เกิดพิษได้แก่  5,000 mg ขึ้นไปในผู้ใหญ่ และ 100 mg/kg body weight ในเด็ก

 

วิธีลดน้ำหนักหลังวันหยุดยาว

ตามใจปากไปหลายวันจนน้ำหนักขึ้น รีบมาลดด้วยวิธีนี้ด่วน !

 

          อีกหนึ่งความหนักใจที่หลาย ๆ คน มักจะพบเจอหลังจากวันหยุดยาว ก็คงจะหนีไม่พ้นตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักที่ดีดขึ้นมา ซึ่งสาเหตุก็มาจากการตามใจปากตลอดช่วงวันหยุดที่ผ่านมานี่แหละ จนทำให้ต้องมานั่งรับกรรมทีหลัง แต่ถ้าพลาดไปแล้วก็ไม่ต้องเสียใจค่ะ เรามาตั้งใจเริ่มลดน้ำหนักกันใหม่อีกครั้งด้วยวิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ หลังจากวันหยุดยาวที่คุณไม่ต้องถึงขนาดไปหักโหมรีดน้ำหนักอีกต่อไป แค่เพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้เข้าไปในการใช้ชีวิตแต่ละวัน ก็จะช่วยให้น้ำหนักของเราค่อย ๆ ลดลงได้สมใจค่ะ

 

1. ตั้งเป้าหมาย

      แค่เพียงรู้สึกผิดเท่านั้นคงไม่เพียงพอที่จะช่วยรีดน้ำหนักที่ขึ้นมาจากช่วงวันหยุดยาวได้ แต่ควรจะมีความตั้งใจจริง โดยตั้งเป้าหมายและสร้างวินัยให้กับตนเอง แต่เป้าหมายนั้นก็ควรตั้งอยู่ในความเป็นไปได้ และไม่หักโหมจนเกินไป ถึงอยากจะกลับมาผอม แต่ถ้าเคร่งครัดในการลดน้ำหนักจนเกินพอดีอาจจะทำให้ร่างกายแย่ลงได้ค่ะ

วิธีลดน้ำหนัก

 

2. ห้ามอดอาหารเด็ดขาด

          พอผ่านช่วงวันหยุดยาวมาแล้ว หลายคนที่รู้ตัวว่าตัวเองตามใจปากมากเกินไปในช่วงวันหยุดก็จะเริ่มรู้สึกผิดและคิดว่าควรจะอดอาหาร แต่จริง ๆ แล้วการอดอาหารเนี่ยล่ะยิ่งเป็นตัวการที่จะทำให้คุณน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะเมื่อคุณอดอาหาร คุณก็จะยิ่งหิวมากขึ้น และเสี่ยงต่อการกินไม่เลือกอีกด้วย ฉะนั้นทางที่ดี พยายามกินให้ครบทุกมื้อ และใส่ใจกับอาหารที่กินเข้าไปแทนแบบนี้จะดีกว่าค่ะ

วิธีลดน้ำหนัก

 

3. ดื่มน้ำมาก ๆ

      เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าการดื่มน้ำช่วยลดความอยากอาหารได้ แถมถ้าหากดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารจะทำให้เรากินน้อยลงอีกด้วย ดังนั้นหากคุณเพิ่งผ่านพ้นช่วงที่กินเยอะในวันหยุดยาวมา ลองจิบน้ำบ่อย ๆ ดูสิ เป็นวิธีที่ช่วยควบคุมการรับประทานอาหารได้ดีไม่หยอกเลย

 

4. อย่าโทษตัวเอง

          ไม่ว่าเหตุผลที่คุณรับประทานแบบหยุดไม่อยู่ในช่วงวันหยุดยาวคืออะไร แต่เมื่อผ่านมาแล้วคุณไม่ควรจะโทษตัวเองอีก เพราะนั่นจะยิ่งตอกย้ำให้คุณรู้สึกผิด และอาจจะนำไปสู่การลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องซึ่งอาจส่งผลเสียกับสุขภาพได้ อยู่กับปัจจุบันกันดีกว่า น้ำหนักขึ้นได้ก็ลดได้แค่คุณตั้งใจจริงค่ะ

 

5. ใส่ใจกับอาหารที่กินให้มากขึ้น

      แม้ในช่วงวันหยุดยาวเราจะหยิบทุกอย่างใส่ปากโดยลืมคำนึงถึงความอ้วนที่จะตามมา แต่พอถึงเวลาที่คุณจะลดน้ำหนัก คุณก็ควรที่จะใส่ใจกับอาหารทุกอย่างที่เข้าปากให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยควรเลี่ยงแป้งขาวทุกชนิด ลดไขมัน รับประทานโปรตีนให้มากขึ้นอีกนิด และควรรับประทานผักให้มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ หากมีอาหารในช่วงวันหยุดยาวเหลืออยู่ละก็ รีบกำจัดออกไปให้ไกลหูไกลตาเลยค่ะ อย่าหยิบมารับประทานอีก ไม่อย่างนั้นคุณก็จะไม่สามารถลดน้ำหนักได้แน่นอน

 

6. อยู่ให้ห่างจากน้ำอัดลม

          หลายคนก็คงทราบดีว่าน้ำตาลเป็นตัวการของความอ้วน ซึ่งน้ำอัดลมก็เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยน้ำตาล และไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมจึงควรเลี่ยงเครื่องดื่มชนิดนี้ ก็เพราะถ้ายิ่งดื่มก็จะยิ่งอ้วน เผลอ ๆ ยังอาจทำให้ท้องอืดได้อีกด้วย ถ้าคิดจะลดน้ำหนักจริง ๆ ลาขาดกับน้ำอัดลมไปเลย

วิธีลดน้ำหนัก

 

7. ออกกำลังกายให้มากขึ้น

      เมื่อคุณเผลอกินเยอะ สิ่งที่ต้องทำก็คือการเบิร์นเจ้าสิ่งที่คุณกินออกไป และวิธีที่ดีที่สุดก็คือการออกกำลังกาย ซึ่งถ้าหากคุณออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว คุณก็อาจจะเพิ่มเวลาในการออกกำลังกาย หรือปรับระดับความเข้มข้นของการออกกำลังกายขึ้นอีกหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ควรทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารด้วยนะ ไม่อย่างนั้นออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ไม่ผอมแน่นอน

 

8. ควบคุมความอยากอาหารของตัวเองให้ได้

          โดยปกติแล้วความอยากอาหารของคนเราในแต่ละครั้งจะกินเวลาอยู่ที่ประมาณ 10 นาที ฉะนั้นในช่วงหลังวันหยุดยาวหากคุณต้องการที่จะลดน้ำหนัก เมื่อคุณรู้สึกหิว คุณควรจะหากิจกรรมอะไรสักอย่างที่กินเวลานานกว่า 10 นาทีทำซะ เพราะเมื่อคุณใช้สมาธิจดจ่อกับสิ่งอื่น ก็จะทำให้คุณสนใจเรื่องความอยากอาหารน้อยลง และความอยากอาหารนั้นก็จะหมดไปในที่สุด แต่ถ้าหากเลยไปมากกว่าสิบนาทีแล้วยังรู้สึกอยากอาหาร นั่นก็อาจแปลได้ว่าร่างกายคุณต้องการอาหารจริง ๆ ควรหาอาหารรับประทาน และห้ามอดโดยเด็ดขาดค่ะ !

 

9. ลดขนาดกระเพาะด้วยการย่อยมื้ออาหาร

      ในช่วงวันหยุดยาวที่เรารับประทานอาหารในปริมาณที่มากกว่าปกติ จะทำให้กระเพาะอาหารของเราขยายตัวมากขึ้นกว่าเดิม และทำให้เราอิ่มช้าลง เป็นสาเหตุที่ทำให้กินเยอะหรือกินเท่าไรก็ไม่อิ่ม ดังนั้นหากคุณรู้ตัวว่ารับประทานอาหารเยอะเกินไปในช่วงวันหยุด คุณควรเริ่มลดขนาดกระเพาะตัวเองในทันที ด้วยการย่อยมื้ออาหารจาก 3 มื้อ เป็น 5-6 มื้อต่อวัน กินให้บ่อยขึ้น แต่ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลง และเน้นอาหารที่มีแคลอรีต่ำ เวลารับประทานก็ควรให้แค่พอรู้สึกอิ่มพอดี ๆ ถ้าทำอย่างนี้นอกจากจะช่วยลดขนาดกระเพาะได้แล้วก็ยังทำให้น้ำหนักลงง่ายขึ้นด้วยล่ะ

วิธีลดน้ำหนัก

 

10. อดทน

          การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นถ้าคิดจะลดน้ำหนักก็ต้องมีความอดทนสูงมากเลยล่ะค่ะ ยิ่งถ้าหากเป็นช่วงหลังวันหยุดยาวที่น้ำหนักขึ้นมาจนน่าตกใจภายในเวลาไม่กี่วัน ห้ามคิดว่าน้ำหนักจะลงเร็วเด็ดขาด และอย่าหันไปพึ่งวิธีผิด ๆ อย่างเช่นการอดอาหาร หรือการใช้ยาลดความอ้วน เพราะวิธีเหล่านี้แม้จะช่วยให้ผอมเร็ว แต่ผลกระทบระยะยาวนั้นมีเพียบ ทั้งผลเสียต่อสุขภาพ ระบบเผาผลาญพัง หรือแม้แต่เกิดการโยโย่ จนทำให้กลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิม

 

          ไม่ยากจนเกินไปใช่ไหมคะกับการลดน้ำหนักด้วยวิธีเหล่านี้ แต่ก็อย่าลืมว่าควรใช้วิธีลดน้ำหนักเหล่านี้อย่างพอดี และอย่าเอาความรู้สึกผิดมากดดันตัวเองมากจนเกินไป ปล่อยให้การลดน้ำหนักค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า แม้อาจจะกลับมามีน้ำหนักเท่าเดิมช้าเสียหน่อย แต่อย่างน้อยก็ไม่กระทบถึงสุขภาพนะคะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

techtimes.com  

glamour.com 

rd.com 

muscleandfitness.com

kapook.com